"Love will keep us alive"
 
           เมื่อคืนนี้…ได้รับรู้ข่าวร้าย ที่สะเทือนใจเหลือเกิน…ที่คุณโจ้ หรือที่เราเรียกกันว่าดีเจโจ้นั้น ได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับเสียแล้วฉันรู้สึกใจหายแว๊บ…ทั้งที่เขาก็ไม่ได้เป็นญาติเราหรอกนะ แต่ก้อนะคนเราเห็นกันอยู่หลัดๆแท้ๆ … ความเป็นกับความตาย มันห่างกันแค่คืบเดียวจริงๆ ฉันเคยเห็นดีเจโจ้ตัวจริงครั้งหนึ่ง เมื่อปีกลายตอนที่ฉันซื้อขนมไปให้แฟนที่ที่ทำงาน แฟนฉันก้อเป็นดีเจ (ไอ้คนที่เพิ่งเลิกไปนั่นแหละ!) ตัวจริงพี่โจ้เขาก้อดูดีนะ ไม่ใช่คนหล่อแต่ดูมีบุคลิกดี เท่กว่าในทีวีเยอะ … พี่โจ้แค่แวะมาทักทายพี่นู๋ ก่อนไปพี่เขายังแซวเลยว่า อ้าวนู๋วันนั้นไม่ใช่คนนี้นี่หว่า? แล้วน้องคนผมยาวๆจัดฟัน หายไปไหน-*- เหอะๆ  
 
           ฉันรับรู้ได้ถึงความเศร้า และความอาลัยอย่างสุดซึ้ง เพราะพี่โจ้เป็นขวัญใจของใครหลายๆคน น่าเสียดายจัง บางทีฉันก้อเคยคิดว่า ทำไมโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมซะเลยนะ? มาพรากคนดีๆจากไป…คนชั่วๆอย่างพวกโจรใต้ หรือพวกหนักแผ่นดิน ทำไมถึงอายุยืนนัก… แต่ฟ้าได้ลิขิตไว้แล้วพี่โจ้ถึงได้จากไป คิดเสียว่ามันเป็นวัฏจักรของชีวิตแล้วกัน เราทุกคนเกิดมา ก้อต้องตาย ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราจะตายเมื่อไหร่ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ฉันคิดว่า คนที่ตาย ตายเพราะหมดกรรมแล้ว เมื่อร่างสลาย แล้วเขาก้อจะได้ไปอยู่ในที่ที่สงบและมีความสุขมากกว่า เราสิที่ยังอยู่บนโลกนี้ เพราะยังมีกรรมที่ยังต้องชดใช้กันอยู่เลย….
 
           เมื่อสักครู่นี้ได้อ่านข่าวพี่โจ้ในเว็บสนุก ได้รู้ว่าพี่โจ้จากไปอย่างไม่ทรมานก้อดีใจ ร่างกายพี่เขาอาจจะเจ็บปวดก้อจริง แต่ฉันเชื่อว่า ในใจพี่เขาเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะวาระสุดท้าย…พี่เค้าได้อยู่กับคนรัก ที่คบกันมานานกว่า 9 ปี อยู่เคียงข้าง จนหมดสิ้นลมในที่สุด….น่าเศร้าจังนะ และก้อน่าชื่นชม ที่ได้เห็นความรักแท้ ที่ยังประดับโลกให้สวยงามน่าอยู่ แม้แต่ความตายก้อมิอาจพรากความรักที่มีต่อกันไปได้…วันนี้ถึงแม้พี่โจจะจากเราไปแล้ว แต่พี่โจ้จะยังคงมีชีวิตอยู่ในหัวใจของเราทุกคนแน่นอนค่ะ หลับให้สบายนะคะ พี่สู้มามากพอแล้ว หากชาติหน้ามีจริงขอให้พี่โจ้มีสุขภาพที่ดีกว่านี้ อายุยืนยาวเป็นร้อยปีเลยนะคะ…
 
Love will keep us alive / Eagles
 
I was standing
All alone against the world outside
You were searching
For a place to hide

Lost and lonely
Now you’ve given me the will to survive
When we’re hungry…love will keep us alive

Don’t you worry
Sometimes you’ve just gotta let it ride
The world is changing
Right before your eyes
Now I’ve found you
There’s no more emptiness inside
When we’re hungry…love will keep us alive

I would die for you
Climb the highest mountain
Baby, there’s nothing I wouldn’t do

I was standing
All alone against the worlk outside
You were searching
For a place to hide
Lost and lonely
Now you’ve given me the will to survive
When we’re hungry…love will keep us alive
When we’re hungry…love will keep us alive
When we’re hungry…love will keep us alive

**เพลงเพราะที่อยู่ในใจฉันเสมอ วันนี้น้องเบนซ์ขอมอบเพลงนี้ให้พี่โจ้นะคะ**
 
                ฉันมีอีกเรื่องราวความรักแท้ ที่ความตายไม่สามารถพรากคน 2 คนจากกันได้ เรื่องนี้ฉันพบเจอโดยบังเอิญ และน่าเหลือเชื่อที่สุดเลย ฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟังเพราะไม่รู้จะเริ่มเล่าตรงไหน แต่วันนี้  ฉันจะพยายามเรียบเรียงความคิดละนะ..
            
             เมื่อเกือบ2ปีก่อนนั้น ฉันไปบ้านคุณตาคุณยายที่จ.ปทุมธานี  ที่บ้านนี้คุณตาทำธุรกิจรับซื่อของเก่าทุกชนิด อย่างพวกลังเบียร์ กระดาษ แก้ง ทองแดง ฯลฯ รับซื้อมาแล้วนำไปขายต่อที่โรงงานอีกทีอ่ะค่ะ แล้วที่บ้านจะมีคนเอาหนังสือมาขายทุกวัน โดยหนังสือพวกนี้จะถูกแยกเป็นกระดาษ และกระดาษเล่ม ฉันคนหนึ่งที่ชอบไปค้นหาหนังสือดีๆบนกองภูเขาหนังสือ ฉันต้องรีบค้นก่อนที่คนงานจะฉีกพวกมันเป็นแผ่นๆแล้วใส่เครื่องอัดกระดาษ มีแต่หนังสือดีๆทั้งนั้น  ฉันได้พ๊อคเก็จบุคดีๆหลายเล่ม หนังสือภาษาอังกฤษหายากก้อมี…
               
              แล้ววันนั้นฉันก้อได้เก็บพ๊อคเก็จบุ๊คเล่มหนึ่งขึ้นมาด้วย ทีแรกดูหน้าปกนึกว่าเป็นนวนิยาย แต่พอมาอ่านจริงๆถึงได้รู้ว่า เป็นหนังสือที่ทำแจกในงานศพ แต่พลิกดูปกหน้า-หลัง รู้สึกงงเพราะไม่เคยเห็นหนังสืองานศพที่ไหนดูดีเท่าเล่มนี้มาก่อน เป็นพ๊อคเก็จบุ๊คปกสี หน้าปกมีรูปผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาจิ้มลิ้ม ชื่อหนังสือคือ "She is just away" … เล่าย่อเลยละกัน เรื่องราวในหนังสือคือเรื่องจริงที่สามีของผู้หญิงที่อยู่ในรูปเขียนขึ้น ทั้งคู่พบรักกันบนเครื่องบิน ผู้ชายเป็นคนไทยนี่ละค่ะ ทำงานเป็นสจ๊วต ณ สายการบินแห่งหนึ่ง ผู้หญิงเป็นชาวญี่ปุ่น หน้าตาน่ารัก เป็นแอร์โฮสเตสสายการบินเดียวกัน  ทั้งคู่คบดูใจกันหลายปี รักกันสวีทมาก มีรูปที่ไปเที่ยวฮันนีมูนที่ต่างประเทศลงไว้เพียบ ในรูปสีหน้าของทั้งคู่ดูมีความสุข เป็นประกายดีจริงๆ แต่แล้ววันหนึ่ง…ผู้หญิงก้อเสียชีวิตเพราะเครื่องบินตกที่ต่างประเทศ ฝ่ายชายที่เป็นคนรักแทบหัวใจสลาย…เขารีบบินตรงไปยังที่เกิดเหตุเพื่อค้นหาศพภรรยา แต่ก้อเหลือแค่เถ้าถ่านและของใช้ติดตัวของผู้ตายเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเอง…การบินไทยจัดงานศพครั้งใหญ่ให้กับลูกเรือที่เสียชีวิตทั้งหมดกว่า 20 คน … วันเวลาผ่านไป ฝ่ายชายไม่เคยลืมคนรัก เขายังคงคิดเสมอว่า ภรรยาของเขาคอยดูแลเขาอยู่ข้างๆ … และในวันครบรอบแต่งงานในปีหนึ่ง ฝ่ายชายตั้งโต๊ะดินเนอร์ 2 ที่ จุดเทียนและเอารูปภรรยาตั้งเอาไว้ เขาเล่นเปียโนให้เธอฟัง…ท่ามกลางแสงเทียนยามราตรี มีเพียงเขาและเธอ…กับความรักที่อมตะเสมอ ฉันอ่านไปก้อน้ำตาไหลพรากๆ -*-
 
             พอฉันอ่านจบแล้ว ฉันรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ทำฉันเศร้าจังเลย ฉันจึงไม่ได้เก็บไว้ แต่ฉันก้อไม่เคยลืมเรื่องราวในหนังสือเลย จนกระทั่ง อีก 1 ปีต่อมา…คืนหนึ่ง ฉันกับครอบครัวนั่งดูรายการตีสิบ มีผู้หญิงคนหนึ่งมาให้สัมภาษณ์ถึงสามีที่จากไปด้วยโรคมะเร็ง ทีแรกตอนฉันดูและได้เห็นรูปผู้ชายคนนี้ รู้สึกคุ้นๆในใจ นึกไม่ออก แต่พอได้ฟังเรื่องราวที่แขกรับเชิญเล่า ฉันก้อนึกออกทันที…. คนตายที่รายการกำลังพูดถึง คือผู้ชายคนนั้น คนที่เป็นสจ๊วต เขาตายแล้ว ฉันแน่ใจเพราะผู้หญิงที่เล่าเรื่องให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้สามีเคยมีภรรยามาแล้วเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ภรรยาเสียชีวิตเพราะเครื่องบินตก ตัวเธอเป็นภรรยาคนที่สอง ถึงแม้จะรู้ว่าสามีเคยมีภรรยามาแล้วก้อไม่เคยรู้สึกว่าเป็นอุปสรรคหรือรังเกียจอะไรเลย เพราะสามีเป็นคนดีมากๆ เป็นคนรักครอบครัวและมีจิตใจดี  ทั้งคู่ได้มาเจอกันหลังจากภรรยาคนแรกตายไปหลายปีแล้ว…และแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน มีลูกสาวที่น่ารัก 2 คน ที่สำคัญ ครอบครัวนี้ อยู่ที่จ.อุดรธานี จ.บ้านดียวกันกับฉันนี่เอง..!! ลูกสาว 2 คนของเขาก้อเรียนรร.เซนต์เมรี่ รร.เก่าของฉัน…โอ้ อะไรจะบังเอิญเช่นนี้ อยู่ที่นี่เองหรอ?? เรื่องราวที่ให้สัมภาษณ์กล่าวถึงการจากไปอย่างไม่หวนกลับของชายคนนี้ ซึ่งต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างที่คนๆหนึ่งจะสามารถอดทนได้…ในวันที่ทั้งคู่แต่งงานกัน ภรรยาคนที่ 2 สวมชุดแต่งงานของภรรยาคนแรกด้วยความเต็มใจ….เธอสวยมากจริงๆ แต่แล้วเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง ก่อนที่ชายคนนั้นจะสิ้นลม เขาเขียนบันทึกถึงครอบครัว และโทรไปบอกญาติของภรรยาเก่าที่อยู่ที่ญี่ปุ่นว่า เขาจะไปดีแล้วนะ ทุกคนไม่ต้องห่วง แล้วเขาก้อจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวและคนที่รักอยู่เคียงข้างโดยตลอด ….
 
            ฉันน่ะ คิดว่า ฟ้าลิขิตมาแล้วล่ะ ให้ผู้ชายคนนั้น ได้ไปอยู่กับภรรยาเก่าในอีกภพหนึ่ง…ความรัก มันช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ เลยนะคุณว่าไหม?…นี่ล่ะที่เขาเรียกว่า "รักแท้" ล่ะ…. 
 
P.s. ขออุทิศบทความบทนี้ ให้แก่คู่รักที่มีรักแท้ ทุกคู่
Barbie_GiRL      01.19 a.m.  7 April 2006