ไม่รู้ว่าจะมีใครรู้สึกเหมือนเราไหม?
ทำไมบางครั้งการที่เราพยายามจะทำอะไรให้ถูกต้อง
แต่ก็ทำไม่ได้สักที
 
เมื่อเช้าสมองเบลอ…ที่จริงเบลอๆแบบนี้มา2-3วันแล้วละ
พอร่างกายฝืน…มันก็เหมือนกับเราพกมือถือที่  battery low  แบบขีดต่ำสุดๆออกไปกับตัวด้วย
แล้วมันก็จะส่งสัญญาณเตือน..ปี๊บๆ..ปี๊บๆ อยู่เป็นพักๆราวกับจะขอร้องเจ้าของมันว่า นู๋หิวแว้วววว
จากที่วอนขอไม่เป็นผล…ไม่กี่นาทีต่อมา แบตหมด เครื่องดับ ไร้การติดต่อสื่อสาร … อ่ะชิหายสิ!
 
มันเป็นการฝืนร่างกาย ที่ทรมานมากๆ…อาการเมาแล้วรั่ว ตื่นมาจำอะไรไม่ได้นั่นว่าแย่โคตรแล้ว
อันนี้แย่กว่าหลายเท่าตัวยิ่งนัก…เพราะอันนี้เรารู้ตัว(รู้แบบเบลอๆ50/50นั่นแหละนะ)
แต่สมองเราไม่สามารถสั่งการให้ร่างกายทำงานเกิน 2 อย่างพร้อมกันได้เลย
 
สาเหตุที่แท้จริง นั่นก็คือ ไม่หลับไม่นอนเลย เกินกว่า 24 ชม.ความจริงนับๆดูมันเกือบ 30 ชม.ด้วยซ้ำ
พอย้อนมาถามตัวเอง…แล้วทำไมแม่งไม่นอนว่ะ?
พรุ่งนี้มีทดสอบภาษาและสัมภาษณ์งานแต่เช้า ต้องรีบนอนและไปให้ตรงเวลา
แต่อนิจจา…เกิดมาก็เพิ่งค้นพบว่า การวิตกจริต ความเครียด ความกังวลใจ
ที่มันทำให้ข่มตาหลับไม่ลง มันเป็นยังไง
 
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองจะเครียดอะไรขนาดนั้น
หนังสือก็อ่านมาทั้งวัน บทสัมภาษณ์ก็ทั้งเขียนและซ้อมไว้แล้ว
น่าจะทำใจให้สบาย อาบน้ำ รีบนอนเนอะ จริงไหม?
การสอบสัมภาษณ์ ความจริงไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยทำมาก่อนซะที่ไหนกันละ…
แต่เมื่อเช้านี้…เมื่อเช้านี้….ฮือๆๆๆ มันคือฝันร้ายชัดๆ T___T
 
เช้านี้ฝืนตัวเองอาบน้ำแต่งตัวทำผมอย่างเนี๊ยบ ออกจากห้อง 7 .30 ที่จริงเวลายังมีเพราะเวลาสอบคือ 9.30 น.
แต่เครียดจัดกลัวรถจะติด กลัวตัวเองไปไม่ทัน วิตกแม่งสารพัด
อัดกาแฟเข้าไปอีกแก้ว…เอาสิ ยังได้อยู่ๆๆ เดี๋ยวก็ผ่านไปได้ละน่า สู้ๆๆ
 
9.00 น. ยืนส่องกระจกอยู่ในห้องน้ำของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ยังมีเวลาผัดแป้ง หวีผมได้อีก เช็คดูในกระเป๋า
ว่าลืมเอาปากกามารึป่าว ลืมเอกสารอะไรไหม
ทุกอย่างครบ โอเคมาก … เวลานั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่ไม่ได้เอามาด้วยก็คือ  "สติ" …
ว่าแล้วก็ออกมากดลิฟท์เพื่อไปสู่ชั้น 4 แผนก HR
ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ สอบวัดระดับแกรมม่า หมูๆ 45 ข้อ แล้วก็มีศัพท์เกี่ยวกับงานโรงแรมอีก  20 ข้อ
ที่เหลือยังมีอ่านบทสนทนาแล้วเลือกตอบ  การจับคู่ความหมายคำศัพท์  การเขียนเรียงประโยคที่ไม่ถูกต้องซะใหม่
เนื้อหาข้อสอบ…บอกได้เลยว่า มันระดับมัธยมต้นมากๆ..เหอะๆ(คุยหน่อยเฮ่อะๆเดี๋ยวก็ขำไม่ออกแระ)
 
ผ่านไปสักพัก…อ้าวทำไมกูยังอ่านข้อ 32 อยู่ แต่ทำไมกาไปถึงข้อ 38 แล้ว
อ้าวเมื่อกี้ 28 ต้องตอบ B 29 C 30C แล้วทำไมที่กาไปมันไม่ใช่ว่ะ?!?
เอ้างงๆ งงได้อีก *-* แก้ไขระนาว หลายข้อเลย เลอะเทอะไปหมดคราวนี้T^Tแย่แร้วๆ…
ยังมีต่อ–ยังงงต่อ พอหลังจากแก้ข้อที่ผิดเป็นถูกได้แล้ว  นั่งทำข้อต่อๆไป เชื่อไหม ยังผิดแบบนี้ได้อีกต่อๆกันอีก 2 ครั้ง!!
จากที่หัวต้องคิดข้อสอบแล้ว คราวนี้เครียดเพิ่มตรงที่เรียงข้อไหนไปกาไว้ไหน…ชิบหายเอย-มั่วไปหมดแล้ว!!!
ขณะที่กำลังงมๆ วุ่นวายกับกระดาษคำตอบตัวเองนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่HRเดินมาบอกว่า น้องคะ เหลือ เวลาอีก 30 นาทีนะคะ
นาทีนั้น…สติขาดผึง! สติกรู หนีกลับบ้านนอนไปแล้ว -_-Zzz เหลือเพียงกรุ ที่มีแต่ตัวลอยมาจากบ้านจิงๆ
แล้วไม่รุเชียะรายอีก…เจ้าหน้าเดินมาย้ำเวลาทุกๆ5 นาทีเลย ตอนนี้มือทำข้อสอบพันกันไปหมด
…..
หมดเวลา เจ้าหน้าที่เดินมาเก็บข้อสอบจากนั้นเดินตามไปที่ห้องแผนกHR
นั่งจูนหัวสมองตัวเอง…ตอนนั้นหัวมันหนักมากๆๆๆๆนะ คอแห้งผาก ตั้งใจว่าจะขออนุญาตออกไปดื่มน้ำสักครู่ แต่…
"น้องคะ…เชิญทางนี้หน่อยค่ะ" นั่งลงอย่างว่าง่าย จะบอกคะแนนสอบเมื่อกี้ละมั้ง
 
HR:"Tell me about your experience?"
 
ปรัศนียา : "เห?!…คะ เอ๊ะ-เอ่อ you mean to my experience?" 
HR: "Yes."
 
ปรัศนียา : "uh..myexperience,…uh uh (*_+)" แงๆๆ…พ่อจ๋าแม่จ๋า—มาเอาหนูกลับบ้านที <(>"<)o
 
สรุปวันนี้…การสัมภาษณ์ล้มเหลวไม่เป็นท่า ประโยคง่ายๆ เบสิคๆไหลกรูลงเหวไปหมดและนึกไม่ออกเลยด้วย
พูดอะไรออกไปบ้างไม่อยากจะนึกถึงเลยโอยๆ…เสียงหาย เพราะคอแห้งมากๆ กว่าจะพูดออกมาได้แต่ละคำ
เป็นไปด้วยความยากลำบาก พูดจาไม่เป็นประโยค พูดไม่รู้เรื่อง พูดไม่เป็นคำ ไม่เป็นห่าอะไรเลยว่างั้นเหอะวันนี้!!
มันเป็นความรู้สึกแย่จริงๆนะ แต่ทำอะไรไม่ได้แล้วเพราะควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้อีกแล้วจริงๆ  
 
สุดท้ายเราก็ต้องยอมรับคำประเมิณด้วยความเต็มใจ ต่อให้เตรียมตัวมาดีแค่ไหน
แต่ถ้าร่างกายไม่ได้พักผ่อนเลยมันก็แสดง ถึงความไม่พร้อม
HR: "เมื่อกี้ข้อสอบผลตรวจออกมาน้องทำให้ดี-ดีมากเลยละ แสดงว่าน้องมีพื้นฐานแกรมม่าที่ดี
       และประวัติของน้องก็เป็นถึง English Structor
       แต่พี่ก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมน้องถึง…สื่อสารไม่ได้?"
 
      11.00 น. เดินตัวลอยออกมาจากโรงแรมหรู…หัวมันเคว้ง  คิดถึงหมอนกับที่นอนเป็นที่สุด …
พูดจริงนะ…วันนี้ไม่เสียใจเท่าไหร่หรอก เพราะทำตัวเองเอง ไม่ยอมพักผ่อน
ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป ยังไงก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้
ได้แต่บอกตัวเอง ทำใจให้สบาย กลับบ้านไปนอน แล้วค่อยคิดว่าชีวิตกรุ-จะเอายังไงไปที่ไหนต่อดี
วันนี้ไม่เสียใจหรอก แต่เสีย self-motivate ในตัวเอง อย่างมาก…มากสุดๆเลยด้วย!!
"ทำไมน้องถึงสื่อสารไม่ได้คะ?"
ข้อความดังกล่าว…ยังคงดังแอคโค่หลอกหลอนกรุมาจนถึงตอนนี้!! (-_+’)>
 
เชียะ…(+_-‘)>
 
Benz  15 August 2008 10.54p.m.