The Confuse between Believe or Conflict in my mind.

ในที่สุด…เราก็รู้จริงๆว่าเราต้องการทำอะไร ที่ไหน ยังไง เหตุผลเพราะอะไร?

แต่จนวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจ ว่าทำไม ใครๆ ถึงไม่ฟังคำชี้แจงของเราบ้างเลย

เดือนนึงที่ผ่านมา…ตกอยู่ในสภาวะกดดันสุดๆ มันเหมือนกับ โดนบีบคั้น…
มันเหมือนความคิดเห็นของเรา…มันไร้ค่าในสายตาคนอื่นๆ แม้แต่คนใกล้ตัว
 
ในเมื่อเหตุผล ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่เข้าใจ
แล้วเราจะทำยังไงดี?
 
"การที่ต้องลงมือทำอาหาร ในสิ่งที่คนอื่นเค้าเตรียมเครื่องปรุงไว้ให้หมดแล้ว…มันไม่สนุกเอาซะเลย"
 
มันเหมือนกับ คนอื่นๆ พยายามจะจับเราไปวางไว้ตรงไหน ที่ไหนก็ได้
เหมือนจะบอกว่า เออ มีอะไรให้ทำ เอ็งก็ทำๆไปเหอะน่ะ – * – เลือกจังเลย แสสสส…
 
คนโน้นหางานธุรการมาให้…อีกคนหางานเซลล์มาให้ ส่วนอีกคน บอกว่าไปรับราชการที่บ้านเราดีมั้ย? – -*
เออ…เอาเข้าไปแต่ละอย่าง ชีวิตเรา…มันจับฉ่ายขนาดนั้นเลยหรอว่ะ?
 
ขอขอบคุณจากใจจริงในความหวังดี…ของทุกๆท่าน
แต่ลึกๆในใจ…ก็สงสัยนะ  เคยถามกรุกันก่อนบ้างรึป่าวว่าอยากทำมั้ย? ทำได้มั้ย? ชอบมั้ย?
ความชอบในสิ่งที่ทำ เราถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะมันหมายถึงความสุขของชีวิตการทำงานและอนาคตของเราเองทั้งนั้น
ที่เราพยายามจะบอกทุกๆคนคือ…มันไม่ใช่ว่า เฮ้ย เอ็งจบนิเทศฯมาหรอ? ช่างแม่ง งานหายาก
เพราะฉะนั้น มาขายประกัน กันเถอะพวกเรา – -* กำเวง
ถ้าสมมติว่า เราไปทำตามที่ทุกๆท่านเสนอมาจริงๆ…ชอบรึก็ไม่ สักแต่ว่าขอให้มีงานทำ
แล้วถ้าหากวันนึง เกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือปัจจัยใดๆ ใครผิด ใครเสีย
เสียทั้งคู่ไง ทั้งคนทำ…ทั้งคนฝากงานให้
เคยได้ยินสำนวนฝรั่งสำนวนนึง…เค้าบอกว่า
"คุณไม่ควรอาสาไปขับรถ…ถ้าหากคุณไม่ใช่พนักงานขับรถ"
หรือหมายความตรงๆก็คือคุณไม่ควรสาระแน…ในสิ่งที่คุณไม่ได้ถนัดกับมันจริงๆนั่นแหละ
 
"Working and mistake are always together, because no one can do the right thing all time."
การทำงาน กับเรื่องผิดพลาดมันเป็นของคู่กัน…
เพราะบนโลกนี้ ไม่มีใครที่จะสามารถทำสิ่งที่ "ถูกต้อง" ได้ตลอดเวลาหรอก
 
"เฮ้ย…เอ็งอย่าเลือกงานนักเลย…แสส ว่างงานเสือกจะเลือกแต่ที่หรูๆอีก!" – * –
 
คำพูดสั้นๆแค่ไม่กี่คำของใครคนหนึ่ง…แต่ฟังครั้งเดียว ดังก้องหูทุกคืนก่อนนอน
สรุปคือ…ปลง!
 
ในเมื่อทุกๆคนพยายามจะมาเครียดกับอนาคตของกรุนัก…กรุก็จะปลงแล้ว
มันอะไรกันนักหนาวะเนี่ย…>"<
 
นานมาแล้ว…ผู้ชายคนหนึ่ง มีพู่กันและจานสีอยู่ในมือ
เขาส่องกระจกและเริ่มวาดภาพ Portrait (ภาพคน ครึ่งตัว)ของตัวเอง ตามเงาสะท้อน
และเขาได้ส่งรูปนั้น ไปให้หญิงอันเป็นที่รัก ที่อยู่ไกลแสนไกล
จากวันนั้น เขาก็รักที่จะวาดภาพตัวเองและภาพอื่นๆ เขาวาด วาด และวาด
ภาพวาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ดอกทานตะวัน (Sun Flower)
กว่าศตวรรษแล้ว ที่ทุกคนบนโลก รู้จักชื่อเสียงจิตรกรผู้โด่งดังคนนี้เป็นอย่างดี
นามของเขาคือ Wanko (แวนโก๊ะ)
 
สิ่งที่ใจมนุษย์ทุกคนตามหา…นั่นคือได้ลงมือทำ ในสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไว้
ถ้าวันนั้น แวนโก๊ะ ไม่หยิบพู่กันขึ้นมา ไม่ลงมือวาดภาพ และเลือกที่จะเก็บคิดถึงคนรักไว้ในใจแทนการส่งภาพวาด
หากเป็นแบบนั้น ก็คงจะไม่มีชื่อ แวนโก๊ะ อย่างที่เรารู้จักกันในวันนี้….
 
"สิ่งที่ใจมนุษย์ทุกคนตามหา…นั่นคือได้ลงมือทำ ในสิ่งที่ตัวเองวาดฝันไว้…"
หนทางข้างหน้า…อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีอะไรรออยู่บ้างก็ยังไม่รู้
แต่ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคดๆ ถ้าใจเลือกที่จะไปแล้ว ต้องรับมือกับมันให้ได้…
 
I think therefore I am… "ฉันจะเป็น ในสิ่งที่ฉัน ตั้งใจจะเป็น"
 
นี่ละ…ตัวกรู!
 
ตัดสินใจละ แพ็คกระเป๋า…เตรียมตัวเดินทางสู่แดนไกล! (>"<)/
 
จบ…สบายใจ…ไปนอน (-_-)Zzz
 
 
BENZ / 17th September 2008 / 03.17 a.m.
 
P.s. ฝนตกปรอยๆทั้งวันทั้งคืน…
ท้องฟ้าดูครื้มลงไป ตั้งแต่วันที่เธอไม่อยู่
"Wherever you are,  I’ll always missing you…"